Showing posts with label เรื่องอาหารกับไทรอยด์ Food and your thyroid. Show all posts
Showing posts with label เรื่องอาหารกับไทรอยด์ Food and your thyroid. Show all posts

Thursday, June 13, 2013

20. เล่าถึงเส้นแก้วกับเส้นบุก (Konjac vs. Seaweed glass noodles)

ความอยากผอมเป็นเหตุ....

พักหลังนี้ถ้าดูจากหน้าผลเลือด (Lab results) จะเห็นความรันทดของป้าว่า FT4 ก็ขึ้น TSH ก็ตก เป็นเหตุจากที่ชิสุลูกแสนรักจากไปเมื่อสิงหาฯ ปีก่อน T_T ...ใครว่าความเครียดไม่เกี่ยวเชิญมาดูเลยครับทั่น เลขอิฉันรันทดนับจาก ส.ค. เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ :(

ดีแต่ช่วยห้ามคนอื่น ตัวเองยังทำได้ลำบาก ฮ่าๆๆ

จะเล่าเรื่องอ้วน-ผอม ดันเฉไปโน่น...คือจะเกริ่นว่าตอนเลขดีๆ หายไฮเปอร์ฯ ไป น้ำหนักก็เทน้ำเทท่ามาแบบไม่ได้รับเชิญ จนบัดนี้ก็ยังกลิ้งแทนเดินอยู่ ป้าเลยลดแป้งอาหารเย็น แต่มันชอบไปหิวตอนดึก ก็เลยหาสิ่งแทนข้าว นั่นก็คือ เส้นบุกกับเส้นแก้วค่ะ

แต่..เดี๋ยวก่อน!

เส้นบุกน่ะ โอเค แต่เส้นแก้วน่ะสิ...สำหรับชาวคณะไฮเปอร์ฯ นี่ ไม่ค๊วร ไม่ควร

นั่นเพราะเส้นแก้วทำมาจากสาหร่ายอ่ะค่ะหลานๆ สาหร่ายมันคือที่มาหนึ่งของไอโอดีน และไอโอดีนทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น อันนี้ดีกับชาวไฮโปฯ แต่สมควรเลี่ยงสำหรับชาวไฮเปอร์ฯ ค่ะ เราไม่รู้ว่าปริมาณไอโอดีนในเส้นแก้วแต่ละถุงมีอยู่เท่าไหร่ ฉะนั้นก็อย่าเสี่ยงกินดีกว่านะ

ชาวไฮโปฯ กินได้กินเถอะค่ะ สาหร่ายมีประโยชน์หลายๆ มีโอเมก้า 3 ด้วยนะ ช่วยบำรุงสมองส.ว.(สูงวัยไง) ได้ด้วย

ก็เตือนไว้ก่อนเน้อเรื่องเส้นแก้วกับไฮเปอร์ไทรอยด์... เผื่อเผลอไปกินอย่างป้า กินไปตั้งหลายถุง นึกว่าเป็นบุกแบบใส (((แป่ววววว)))  ..สงสารน้องไทรอยด์ แกเลยปั๊มใหญ่เพราะดันมีตัวช่วยแบบไม่ได้เชื้อเชิญ เหะๆๆ มิน่าล่ะ เจ้า TSH ไม่ยอมเงยหน้าเลย

ช่วงนี้เลยต้องเลิกเส้นแก้วไปก่อนค่ะ เพราะ FT4 ก็เดินหน้าเต็มกำลังมาหลายเดือน เลยต้องกลับไปซบอกคุณ Timazol อีกแล้วตอนนี้ (ต้องยอมใช้นาย Timazol ญาติคุณ Tapazole เพราะบ้านเราขาดตลาดนานจัง)

มีหลานๆ เขียนมาบ่นว่าหมอไม่เชื่อเรื่องอาหารแสลงไทรอยด์ หุๆๆ ..ป้าว่าหมอลองมาเป็นดูแล้วจะรู้เอง
:)

Thursday, June 23, 2011

16. นมถั่วเหลืองกับไทรอยด์...Soy milk and thyroids

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาไม่รู้จบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกา ว่าตกลงแล้วถั่วเหลืองทำให้ต่อมไทรอยด์มีปัญหาหรือเปล่า

ยิ่งตอนน้า Oprah แกมาคุยเป็นหัวข้อหลักออกรายการก็ยิ่งกระพือกันยกใหญ่ไปพักหนึ่ง ตอนนั้นป้าก็เฉยๆ เพราะตัวเองก็ไม่ค่อยพิศวาสเต้าหู้ทุกประเภทอยู่แล้ว... เจอในผัดไทยก็เขี่ยออกเรียบ ในแกงจืดก็ไม่กิน เหม็นอ่ะ อย่างน้ำเต้าหู้กับนมถั่วเหลืองน่ะ ดูน่ากิ๊นน่ากิน อยากดื่มกะเค้ามั่งแต่ก็กินไม่เป็นซักที ลองทีไรก็กลืนลำบาก มันเหม็นตุ่ยๆ

จนมาวันหนึ่ง เจอนมถั่วเหลือง UHT ยี่ห้อหนึ่งที่ผสมจมูกข้าว ...ว้าว...เป็นกริ๊ด น่าลองชะมัด เพราะผสมจมูกข้าว น่าจะช่วยให้น้ำเต้าหู้/นมถั่วเหลืองอันนี้หอมดื่มได้ขึ้นแฮะ แถมจมูกข้าวอ่ะดีกับโรค autoimmune อย่างไทรอยด์ตาโปนที่เคยเป็น และก็คุ้นๆ ว่าอาหารจำพวกถั่วเหลืองอ่ะเป็น goitrogen สาวกไฮเปอร์ฯกินพอได้ แต่ไฮโปฯ ไม่ควรกิน อ้ะ... ณ บัด then ความคิดก็นิมิตรบรรเจิด... เราเคยไฮเปอร์ฯ แต่เลือดเราปกติแล้วนี่นา งั้นยังไงเราก็น่าจะกินได้ดิ แถมไม่อยากให้น้องโปนกลับมาอีก จมูกข้าวในนั้นก็น่าจะช่วยได้บ้าง... ซื้อเลย!

เป็นไงล่ะป้า... เจอเองกับตัวเลยงานนี้... น่าเขียนไปเม้ากะน้าโอปราห์ชะมัดเลย ...เจออะไร? ยังไงของป้า? ลองอ่านต่อและพิจารณากันดูค่ะ

ก่อนอื่น ออกตัวก่อนค่ะว่า ป้าไม่ขอฟันธงนะว่าถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนั้นดี-ไม่ดีกันแน่ ร่างกายแต่ละคนก็ต่างกันไปนะ แต่พอดีเจอประสบการณ์กับตัวเองก็เลยอยากแชร์ไว้เป็นข้อมูลอีกหนึ่งก้อนเผื่อจะเป็นประโยชน์ได้บ้างเท่านั้นค่ะ

ที่ป้าเจอก็คือ นมถั่วเหลืองทำให้ไทรอยด์ของป้าทำงานเฉื่อยลง (ไฮโปฯ) ด้วยแหละ -_-"

แล้วป้าชัวร์ไม่มั่วนิ่มได้ไงน่ะเหรอ? ...ก็เผอิญโชคดีอยู่ว่า ในช่วงที่ทดลองดื่มนมถั่วเหลืองผสมจมูกข้าวที่ว่านั่นน่ะ ป้าเจอจังหวะที่ต้องพบหมอมีการเจาะเลือดอยู่ 2 ช่วงใกล้ๆ กันพอดีเลย... นัดแรกเป็นการตรวจไขมัน + Cholesterol (ที่ป้าขอพ่วงเพิ่มดูตัว TSH + FT4 ด้วย) และนัดสองหลังจากนั้นอีก 3 อาทิตย์ ก็พบ endo. ดูไทรอยด์ค่ะ ป้าก็เลยได้มีผลเลือดเปรียบเทียบ เป็นตัวพิสูจน์ว่าถั่วเหลืองทำให้ไทรอยด์ทำงานช้าลง (เท่ากับ TSH สูงขึ้น) จริงๆ

จากเดิมสุด คือก่อนเกิดเหตุ ฮิๆ ... ผลเลือดของปลายเดือนมีนาฯ TSH อยู่ที่ 0.48 ...
-::- (ลองดื่มนมถั่วเหลืองประมาณกลางเดือนพฤษภาฯ)
-::- พบคุณหมออายุรกรรม ปลายเดือนพฤษภาฯ แอบขอดู TSH ด้วย ผลพรวดไปอยู่ที่ 1.36 แน่ะ!!
-::- (หยุดกินนมถั่วเหลืองทันที พุ่งไปหาข้อมูลเพิ่ม)
-::- จากนั้นกลางมิถุนาฯ เจอหมอ endo. TSH ลดลงมาเป็น 0.63 ค่ะ

ตอนนี้กำลังเขียนไปเขกหัวตัวเองไปอยู่... เสียดาย ไม่น่าหยุดกินเร็วไปเลยนะป้าน่ะ น่าจะลองกินต่อไปจนถึงวันนัดหมอ endo. ซะเลย จะได้เห็นชัดขึ้นว่าไทรอยด์เฉื่อยไปอีกแค่ไหน TSH จะสูงขึ้นอีกเท่าไหร่เน๊อะ อู๊ย ซึ้งจัง อุทิศตนเพื่อมนุษยชาติมากเลยอ่ะ [ดาร์ลิ๊งป้าดุว่าอุตริอีกแล้ว เอาตัวไปเสี่ยงทำไม ยิ่งเป็น fibroids อยู่ด้วย...จ๋อย...]


เอ้อ ใช่...ถั่วเหลืองนี่ไม่ใช่แค่ก่อกวนไทรอยด์นะหลานๆ [ในอาหารจำพวกถั่วเหลืองมี isoflavones ซึ่งมีผลกระทบการทำงานของไทรอยด์] แต่มันไปยุ่งขิงกับฮอร์โมนอื่นๆ ในร่างกายด้วย เช่น ในมดลูกก็อาจทำให้เกิดก้อน fibroids หรือเกิดเนื้องอก ฯลฯ อย่างป้ามี fibroids อยู่แล้วมันก็จะไปทำให้โตไวขึ้นอ่ะค่ะ เพราะที่คุ้ยข้อมูลมาเค้าบอกว่า ตัว soy เองเป็น phytoestrogen เรากินเข้าไปก็เท่ากับเพิ่ม estrogen ให้กับร่างกายโดยอัตโนมัติ มีมากไปก็อาจไปสร้างปัญหาได้ เพราะ estrogen ก็เป็นฮอร์โมนตัวหนึ่ง ถ้าฮอร์โมนในตัวเรา (เช่น progesterone, testosterone, thyroid ฯลฯ) ทำงานไม่สามัคคีกันก็จะเกิดเป็นนั่นเป็นนี่อะไรเงี้ยค่ะ ที่ป้าอ่านมาเค้าบอกด้วยว่า สาวๆ วัยก่อนหมดประจำเดือนกิน/ดื่ม soy นี่ไม่ค่อยดีต่อร่างกายนะคะ ลองอ่านเพิ่มกันดูได้ที่นี่ค่ะhttp://www.topix.com/forum/drug/thyroid/TCED97FPU876VNOTH

เอ้อ อีกไซต์ที่หาข้อมูลพบ http://thyroid.about.com/cs/soyinfo/a/soy_2.htm มีคุณหมอแอนดรูว์ เวลล์ หมอชื่อดังด้าน Holistic medicine (ป้าไม่รู้บ้านเราเรียกอะไร ขอทับศัพท์จ้ะ) อยู่อเมริกาโน่น แกบอกว่า สำหรับคนที่มีโรคทางไทรอยด์อยู่แล้ว หรือคนที่บริโภคไอโอดีนไม่เพียงพอต่อร่างกายไม่ควรไปกินอาหารเสริม soy จำพวกเม็ดอีก เพราะจะทำให้ได้รับ isoflavones มากเกินขนาดไป จะมีผลต่อการทำงานของไทรอยด์ได้ด้วยค่ะ


มีเตือนกันอีกอันค่ะ... ป้าอ่านเจอคำเตือนจาก http://thyroid.about.com สำหรับคนที่กินยาทดแทนฮอร์โมนอยู่ (เช่น Eltroxin) ว่า ถั่วเหลืองมีผลต่อการดูดซึมยาของร่างกาย ถ้ากินอาหารจำพวก soy มา ควรทิ้งระยะก่อนกินยา 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยด้วยนะคะ [ขอแอบงงหน่อยดิ ก็กิน soy แล้วมันไม่ดี แถมกินยาไทรอยด์อยู่อีก แล้วใครยังจะไปกินถั่วเหลืองทำถ้วยอะไรหือ] (((เอ๊ะ ป้านี่นิสัยไม่ดี เค้าเตือนดีๆ ยังดันไปแซวเค้าทำไม)))

ไปดีกว่า... ก่อนไปจะทิ้งท้ายด้วย link ไว้ให้อันนึง ที่ชาวโรคไทรอยด์เขียนมาแชร์ประสบการณ์เรื่อง soy กับอาการทางไทรอยด์ (และอื่นๆ) ของพวกเค้าไว้นะคะ http://thyroid.about.com/u/ua/soy/soy-thyroid-stories.06.htm ก็มีทั้งที่ยืนยันว่าถั่วเหลืองทำเค้าเป็นไฮโปฯ ทำให้เกิดเนื้องอกในมดลูก ฯลฯ บางรายก็ว่าไม่เห็นไทรอยด์เป็นอะไร แล้วก็มีที่บอกว่ากินแล้วกลับดี ทำให้ประจำเดือนมาตรงสม่ำเสมอไปโน่นเลย บางคนก็เล่าตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างพี่น้องของตัวเอง ฯลฯ ลองอ่านพิจารณากันดูนะคะ

อย่างที่ระบุไว้แต่แรกอ่ะว่าป้าอยากเล่าประสบการณ์ตัวเองให้ไว้เป็นข้อมูล แต่ป้าไม่ใช่หมอ ป้าไม่ขอฟันธงเน้อ ...


^_^

Thursday, March 18, 2010

ระวัง 2 ตัวนี้ Aluminum + Fluoride Alert

ตอนเป็น Hyper + ตาโปนแรกๆ แล้วคุ้ยมาเจอเรื่อง Aluminum + Fluoride Alert เนี่ย ก็งงๆ เหมือนกันนะว่า เฮ่ย มันเกี่ยวกันขนาดนั้นเชียวเหรอ พอมาวันนี้อาการดีขึ้นได้รวดเร็วจากที่ทำตามคำแนะนำที่อ่านเจอ ก็เลยเชื่อแล้วจ้า แล้วก็พร้อมแบ่งปันข้อมูลภาคภาษาไทยซะทีล่ะ

เอาเป็นเรื่อง "อลูมินัม + ฟลูออไรด์" แบบมาเป็นคู่ก่อนแล้วกันเน๊อะ...
----------------------------------------------------
[ที่มา - http://thyroid.about.com/cs/toxicchemicalsan/a/flouride.htm] บทความจากลิ้งค์นี้ คุณแมรี่ โชม่อน ผู้เขียน เธอให้ระวังน้ำประปา ที่มักจะผสม aluminum compounds เพื่อให้น้ำใส แถมบางพื้นที่มีการเติมฟลูออไรด์ลงไปให้ด้วย เธอเตือนว่า ลำพังตัวอลูมินัมเองนั้น การดูดซึมเข้าร่างกายก็ไม่ได้ว่องไวสักเท่าไหร่ ..แต่..แต่ระวัง..ถ้าเมื่อไรเจ้าอลูฯ กับฟลูออไรด์เค้ามาเจอกัน มันจะกลายเป็น "อลูมินัม-ฟลูออไรด์" ที่ร่างกายดูดซึมได้ราวสายฟ้าแลบทีเดียว และอันตรายของเจ้าคู่นี้ก็คือ มันจะเป็นส่งผลร้ายกับไตและสมองอย่างรุนแรงถึงขั้นความจำเสื่อม/อัลไซม์เมอร์สได้เลยทีเดียว [Isaacson, R. "Rat studies link brain cell damage with aluminum and fluoride in water" State Univ. of New York, Birmingham, NY, Wall Street Journal article by Marilyn Chase; Oct. 28, 1992, p.B-6]

เข้าเรื่อง "อลูมินัม" ล้วนๆ มั่ง
----------------------
[ที่มา - www.ithyroid.com/aluminum.htm และ www.rense.com/general82/revealed.htm] สรุปคร่าวๆ จากลิ้งค์เนี่ย เค้าบอกว่า เวลาร่างกายเราขาดทองแดง (copper) มันจะส่งผลให้ไทรอยด์ทำงานหนักเกินและนำไปสู่การเป็น Hyperthyroidism ได้ ต่อมาก็มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ร่างกายคนเราขาดทองแดงได้จากหลายทาง และหนึ่งในนั้นคือ

Monday, March 15, 2010

ชาวตาโปนไม่ควรกิน.. GD triggered foods

อาหารก่อกวนชวนโปนๆๆๆ ที่ควรลด-เลิกค่ะ ...
- ไอโอดีน
- อลูมินัม และ ฟลูออไรด์
- ผงชูรส
- แอสปาร์แตม
- เครื่องดื่มบางชนิด
- สมุนไพรบางประเภท

- อลูมินัม, ฟลูออไรด์, ไอโอดีน Aluminum, Fluoride, Iodine
(พวกนี้ยาวหน่อย เลยมีแยก post ต่างหากไว้ หาอ่านได้ใน Label "สารพัดสิ่งแสลงฯ" เดียวกันกับ post นี้นะคะ - These can be found in the "Food + things to avoid" post.  I've made a separate section for them due to their lengthy info.)

- ผงชูรส MSG [www.mediboard.com/forums/index.php?showtopic=16600]

ห้าม! ห้าม! และห้ามกินอย่างสาหัส! เลี่ยงได้ 'เลี่ยง' ..เลี่ยงไม่ได้ 'ลด'
ขอยืนยันตาโปนตัวเองเป็นประกัน กินปุ๊บ..น้องโปนมาเยี่ยม (เกือบ) ปั๊บนะ
[ที่ 'เกือบ' ก็เพราะบางทีมาข้ามคืน บางทีก็ 1 วันให้หลังไรเงี้ย ขึ้นอยู่กับปริมาณยาพิษ...:-p] เช่น ไปกินอาหารจีนทีไร ไม่เย็นวันนั้นก็วันรุ่งขึ้น .. (((ปู้ดดด))) <<เอ่อ ป้า นั่นมันซาวด์เอ็ฟเฟ็คตดมากกว่านะ >> เออ จริงแฮะ ไม่ใช่ท้องเสีย งั้น ..(((ปริ๊ง))).. ตาเบิกกว่าเดิมเห็นๆ เลย ...(ไว้ดูรูปกันนะ ยังไม่ได้โหลดมาวางเลย มันเยอะ แก่อ่ะ ขอเวลาคัดสรร)

ยิ่งเวลาไปฮ่องกงนะ โอ้โฮ แทบไม่อยากถอดแว่นดำโชว์น้องโปนเวลาเข้าอาคาร คือนอกจากพิษผงชูรสแล้ว ยังมีพิษสารตะกั่วจากควันรถควันเรือและควันบุหรี่กระหน่ำเป็นล่ำเป็นสัน (อันนี้อ่านเพิ่มเติมที่ post เรื่องสารและควันพิษนะจ๊ะ) หลังๆ นี่ถ้าไม่จำเป็นป้าไม่ไปเลยประเทศเนี้ย..ก็พอตาเริ่มหายโปนแล้วใผจะอยากกลับไปโปนอีกเล๊า


- แอสปาร์แตม Aspartame [www.mediboard.com/forums/index.php?showtopic=16600, และhttp://eyesee.typepad.com/hyperthyroid_graves_eye/aspartame-and-graves-disease/]พวกน้ำตาลเทียมหลายยี่ห้อ ใส่ aspartame เป็นสารทดแทนความหวาน ..อัน-ตะ-รายยยย.. ภายใน 20 นาทีหลังบริโภค แอสปาร์แตมในอุณหภูมิปกติจะแตกตัวเป็นสารพัดส่วนผสมอันตรายเหล่านี้ :-
- Diketopiperazine (DKP) ที่พอกินเข้าไปจะแปรสภาพไปใกล้เคียงสารที่ทำให้เกิดเนื้องอกในสมอง 
- Formic acid พิษที่มดปล่อยเวลากัด
- Formaldehyde ฟอร์มาลีนที่ฉีดกันศพเน่า
- Methanol ทำให้ตาถึงกับบอดได้

นอกจากพบในน้ำตาลเทียมแทบทุกยี่ห้อแล้ว ในเครื่องดื่มประเภทไดเอ็ท, ในหมากฝรั่งและลูกอมหลายยี่ห้อก็มีส่วนผสมของแอสปาร์แตมเหมือนกัน ก่อนซื้อหม่ำ พลิกอ่านส่วนผสม ingredients กันหน่อยเน้อ ถึงมี % ใส่อยู่น้อย แต่กินมากก็สะสมมากนะตัวเองงงง

และจากคำแนะนำที่อ่านมา น้ำตาลทรายขาวเองก็ไม่ค่อยเหมาะสำหรับพวกเราชาวไทรอยด์เดี้ยงและตาโปนเท่าไหร่ค่ะ ที่ดีคือ ควรใช้น้ำตาล brown sugar จะล้ำที่สุด (ไม่ใช่น้ำตาลทรายแดงนะ เป็นน้ำตาลทรายไม่ขัดสีที่เป็นสีเหลืองทองอ่ะจ้ะ)



- รวมๆ ทั่วๆไป Miscellaneous [www.mediboard.com/forums/index.php?showtopic=27284&hl=eggs, www.mediboard.com/forums/index.php?showtopic=7657&hl=eggs] ฟาร์มบางแห่งให้ไก่กินสาหร่ายทะเลเพื่อให้ออกไข่ที่มีไอโอดีนด้วยล่ะ ก็ยากเหมือนกันที่จะรู้ พวกเราคงต้องอาศัยสังเกตอาการตัวเองและทำบันทึก food journal เอาเองอย่างที่เพื่อนๆ ใน mediboard forum เค้าแนะนำเน๊อะ เค้าบอกด้วยว่า กว่าเราจะมีอาการจากไอโอดีนเกินพิกัดที่ส่งผลกับไทรอยด์ ก็ประมาณ 48 ถึง 60 ชั่วโมง เพราะมันต้องเข้าไปผ่านไทรอยด์ก่อน (แต่ในคนที่แพ้ไอโอดีนก็จะเร็วกว่านั้นค่ะ) งั้นถ้ามีจดอาหารที่กินไว้เราก็กลับมาทบทวนดูได้แม่นยำขึ้น

ถ้างดได้ ควรงด ชาดำ กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ..สำหรับบางคนที่เป็นตาโปน กินช็อคโกแล๊ตทีไรเป็นเรื่องทุกที แต่บางคนก็ไม่เป็นอะไรค่ะ สำหรับกาแฟ ถ้าอยากดื่มมากๆ ก็ขอให้เป็นแบบไร้คาเฟอีน decaffinated ก็แล้วกัน ส่วนชาเขียวนี่ก็ยังเถียงกันอยู่ บางรายก็ว่าไม่น่าดื่มเพราะมีคาเฟอีน บางรายก็ว่าถึงมี แต่มันก็มีประโยชน์ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันด้วย ฯลฯ

พวกสมุนไพรต่างๆ ก็เหมือนกัน บางเจ้ามาแนะให้กินโสม บางรายมาร้องแย้งว่าต้องโสมไซบีเรียเท่านั้นนะ ไม่งั้นไม่ดีกับระบบภูมิคุ้มกันของเรา ยิ่งบกพร่องอยู่แล้วเดี๋ยวจะมาช่วยให้เดี้ยงกว่าเดิม

เวียนเฮดชะมัดเลยใช่มั๊ย.. ป้าว่า ลองดูละกันค่ะ ทำ food diary และสังเกตอาการตัวเองกับผลเลือดดู เหมือนที่ป้าลองทำมา 3 ปีจนแน่ใจแล้วถึงทำบล็อกได้เสียทีนี่ล่ะค่ะ

ป้าเห็นด้วยกับเพื่อนใน mediboard นะว่า  ไอ้เราก็เซ็งกับที่ป่วยนี่อยู่แล้ว ยังต้องมาเครียดเรื่องกินอีก ก็เลยไม่ต้องหายกันพอดี ถ้ากินแล้วอาการไม่มีอะไร ผลเลือดก็ไม่กระทบ ฯลฯ ก็กินไป [ยกเว้น ..ย้ำ.. ยกเว้น ผงชูรส, อลูมินัม,  แอสปาร์แตมนะคะ มันส่งผลร้ายกับพวกเราที่ตาโปนทุกคนค่ะ] ..แต่บอกได้เลยว่า การกินมีผลกับตาโปนอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณหมอไหนๆ จะหาว่าพวกเราคิดไปเองก็ตาม ไม่เป็นไม่รู้นะจาบอกห๊าย -_-


-: begin edit :- แจ้งการเปลี่ยนแปลง website ใน reference ค่ะ ปัจจุบันนี้ mediboard.com เค้าแปลงโฉมใหม่และเปลี่ยนเป็น livingwithgravesdisease.com แทนแล้ว ถ้าคลิกที่ link ด้านบน เค้าก็จะวิ่งไปที่ site ใหม่ให้โดยอัตโนมัตินะคะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องง้ออ่ะ กดไปเองเลยคุณหลาน ฮ่าๆ www.livingwithgravesdisease.com นะจ๊ะ ..ไปล่ะ ..มาบอกแค่นี้แหละ เผื่อเกิดมีการหา reference ไม่เจอ ป้ากลัวโดนหาว่ามั่วนิ่มอ่ะดิ -: end edit :-

Saturday, March 13, 2010

ระวังไว้..ไอโอดีน - Iodine Alert

ระวังไว้ ไอโอดีน ที่มา - www.suite101.com/articles.cfm/graves_disease/1-20
เนื่องจากไอโอดีนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรค ATD โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มียีนส์เอื้อต่อโรค (susceptible genes) พวกเราที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันไทรอยด์บกพร่อง (ATD - Autoimmune thyroid disease) เช่น ตาโปน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไอโอดีนอยู่สูง

..ย้ำ "มีอยู่สูง" ไม่ใช่ "ห้ามกิน" โดยสิ้นเชิงนะคะ เพราะยังไงๆ ร่างกายเราก็ต้องการไอโอดีนในปริมาณสมควร

สำหรับคนปกติควรกิน 150 mcg. ต่อวันเป็นอย่างต่ำ แต่สำหรับเราชาวไทรอยด์เดี้ยงก็จะกินได้ตามปริมาณแตกต่างดังนี้ค่ะ ..
- คนที่เป็น Hypo และเป็นตาโปนด้วย กินเกิน 150 mcg. ได้ แต่ไม่ควรเกิน 1,000 mcg. ต่อวัน
- ส่วนชาว Hyper และตาโปนอย่างป้า ต้องการ อย่างน้อย 75 แต่ไม่ควรเกิน 100 mcg. ต่อวัน [www.mediboard.com/forums/index.php?showtopic=4164&hl=eggs]

แย่หน่อยที่ไอโอดีนไม่ได้มีอยู่แค่ในเกลือและอาหารทะเลอย่างที่เราคุ้นๆ กัน แต่ยังมีที่พรางตัวอยู่ในอาหารประเภทที่นึกไม่ถึง เช่น เป็นส่วนผสมในยาหลายชนิด เช่น ยารักษาโรคหัวใจ Amiodarone, อยู่ในวิตามินรวมบางชนิด, ใช้ในอาหารและการเลี้ยงดูของสัตว์ตามฟาร์มต่างๆ หรือใช้ในการฆ่าเชื้อในกระบวนการผลิตอาหาร, เป็นองค์ประกอบในสีย้อมอาหาร ฯลฯ 

คุณ Elaine Moore ผู้เขียน ผู้เคยป่วย และผู้เชี่ยวชาญทางโรคนี้ ได้ให้รายการอาหารที่มีไอโอดีน "แฝง" อยู่สูงไว้ ตามนี้เลยค่ะ ..

- ประเภทเนื้อนมไข่ (dairy): ไอศครีม, ชีส, พุดดิ้ง, นมและผลิตภัณฑ์จากนม, ซาวร์ครีม
- ประเภทโปรตีน:  cold cuts ทั้งหลาย อย่างใส้กรอกแผ่น แฮม ไก่รมควัน ฯลฯ, เบค่อน,ใส้กรอกแท่งทุกชนิด, ปลาทูน่าและซาร์ดีนกระป๋อง
- ประเภท processed food:  เส้นบะหมี่ไข่, คุกกี้แพ็ค และเค้ก-พายต่างๆ 
- ประเภทผลไม้:  ผลไม้กระป๋อง, ผลไม้อบแห้ง, น้ำผลไม้กระป๋อง, น้ำผลไม้ผงสำหรับผสมน้ำ
- ประเภทผัก:  ผักแช่แข็งที่ราดซอสสำเร็จ, ผักกระป่องที่อยู่ในน้ำซอส, มะเขือเทศกระป๋อง, แตงกวาดอง, ซาวเวอร์เคร้าท์, น้ำซอสพาสต้าสำเร็จรูป
- ประเภทของทานเล่น:  เพรทเซิ่ล, มันฝรั่งทอดชนิดแผ่นแบบเค็ม, ข้าวโพดอบกรอบ, ขนมปังแครกเกอร์
- ประเภทสีผสมอาหาร:  ส่วนมากไอโอดีนจะผสมอยู่ในสีแดง สีส้ม และสีน้ำตาล
- อื่นๆ ทั่วไป:  ผงหมักเนื้อนุ่ม, ก้อนปรุงทำน้ำซุปต่างๆ, ซุปกระป๋อง, ซีเรียลแท่งต่างๆ, เนยถั่วชนิดเค็ม, เนยสด, มาการีน, น้ำสลัดสำเร็จรูป, ผงชงโกโก้, เกลือรสกระเทียม (garlic salt), เกลือรสหัวหอม (onion salt), ซอสมะเขือเทศ, มัสตาร์ด, มะกอก, ลูกอมต่างๆ

ระวังกันเน้อ จะได้หายเร็วๆ .. ตาป้ายุบเร็วก็เพราะระวังการหม่ำ ทำตามที่น้าอีเลนแนะนำจริงๆ จ้า
^_^

-: begin edit :- แจ้งการเปลี่ยนแปลง website ใน reference ค่ะ ปัจจุบันนี้ mediboard.com เค้าแปลงโฉมใหม่และเปลี่ยนเป็น livingwithgravesdisease.com แทนแล้ว ถ้าคลิกที่ link ด้านบน เค้าก็จะวิ่งไปที่ site ใหม่ให้โดยอัตโนมัตินะคะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องง้ออ่ะ กดไปเองเลยคุณหลาน ฮ่าๆ www.livingwithgravesdisease.com นะจ๊ะ ..ไปล่ะ ..มาบอกแค่นี้แหละ เผื่อเกิดมีการหา reference ไม่เจอ ป้ากลัวโดนหาว่ามั่วนิ่มอ่ะดิ -: end edit :-

Hyper vs. Hypo Yummies อาหารแสลงต่างกัน

เพราะไทรอยด์ของเราไม่ปกติและเป็นเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เวลาเรากินของแสลงหรือของที่เราแพ้ มันจะไปวุ่นวายกับระบบภูมิคุ้มกัน ที่สุดท้ายก็ส่งผลไปก่อกวน auto-antibodies ที่ทำให้เกิด Graves Disease ตาโปนนั่นเอง 

ตอนเป็นใหม่ๆ เพิ่งศึกษาโรค ก็มีสับสนเรื่องอาหารต้องห้าม ระหว่าง Hyperthyroid กับ Hypothyroid เล็กน้อย เช่น..

... คนเป็น Hyper กินกะหล่ำปลีกับเต้าหู้ได้ แต่คนเป็น Hypo ห้ามกิน อาไรเงี้ย .. ..ก็เพราะกะหล่ำกับเต้าหู้เป็นอาหารประเภท goitrogens ที่ทำให้ต่อมไทรอยด์เฉื่อยลง คนเป็น Hypo ไทรอยด์ก็ทำงานน้อยมากไปอยู่แล้ว ก็ไม่ควรกินพวก goitrogens เสริมเข้าไปอีก เหะๆ สมัยเป็นใหม่ๆ ตัวเองก็ดันกินผิดอยู่แป๊บนึงด้วยแหละ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะเพราะหลงอยู่ไม่นาน ว่าแต่ อยากรู้แล้วใช่ม๊า ว่าทำไมบางอย่าง Hyper กินได้แต่ Hypo อดกิน

อาหารแนะนำสำหรับผู้เป็น Hyperthyroidism ที่ช่วยให้ไทรอยด์เพลาๆ การผลิตฮอร์โมนลงได้ดี - ที่มา :-
http://www.compassionateacupuncture.com/Thyroid%20Disorders.htm#RECOMMENDED%20FOODS%20%20FOR%20%20HYPERTHYROIDISM, http://www.mediboard.com/forums/index.php?showtopic=21065&hl=flaxseeds

ควรกินผักเหล่านี้ - บล็อคโคลี่, หัวผักกาด turnip, Brussel sprouts (บ้านเราเรียกอารายอ่ะ กะหล่ำจิ๋วเหรอ?), กะหล่ำปลี, กะหล่ำดอก, กะหล่ำ kale, mustard greens (ของไทยเรียกไรไม่รู้ดิ)

ส่วนผลไม้ที่ดีสำหรับโรค ก็มีลูกพีช, ลูกแพร์, เบอร์รี่ทั้งหลาย (สตรอเบอร์รี่, เชอรี่, บลูเบอร์รี่ ฯลฯ)

ปลาที่ควรกิน คือแซลม่อน, Halibut (สำหรับปลาแซลม่อน ถ้าเป็น Atlantic salmon จะดีสุดค่ะ และถ้ามีบอกให้รู้ว่าไม่ได้มาจากฟาร์มเลี้ยงก็จะดีมาก เพราะบางฟาร์มใส่สีให้เนื้อแดง ไม่ได้แดงธรรมชาติจากที่ว่ายทวนน้ำไปวางไข่ และสีอาหารสีแดงเป็นพิษกับตาโปน)

อาหารที่ชาว Hyper ควรเลี่ยงหรือไม่กินมาก ก็มีพวกนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ไข่แดง ไอศครีม ชา กาแฟ น้ำตาลทรายขาว (อ่านเพิ่มหมวดนี้ได้ใน post เรื่องไอโอดีนค่ะ)

สำคัญที่สุดที่ต้องเลิก คือ แอสปาร์แตม, น้ำอัดลม (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอาการตาโปนคู่ไปกับ Hyper ด้วย)

..ทั้งนี้ทั้งนั้น ป้าต้องชี้แจงไว้ว่า ข้อมูลเป็นเพียง guideline นะคะ บางคนกินนม กินไข่ กินโยเกิร์ตได้ ก็ไม่เป็นไร แต่บางคนกินแล้วเกิดอาการตาโปนมากขึ้นก็มี คงต้องลองกันดู ที่ควรทำคือจด food diary ไว้ และคอยสังเกตอาการตัวเองดูค่ะ

ที่ผ่านมาป้าก็ทดลองกินนั่นหยุดนี่เหมือนกัน แล้วก็จด diary ว่ากินอะไรไปบ้าง เอาไว้ดูประกอบกับรูปตาที่ถ่ายเก็บไว้เป็นช่วงๆ สักพักก็เริ่มจับได้เองว่า เรากินอะไรแล้วแสลงมาก แสลงน้อย หรือไม่แสลงอ่ะค่ะ

และก็จริงอย่างเค้าว่าใน mediboard นะ ..แต่ละคนตอบสนองต่างกัน แต่ที่พบว่าค่อนข้างเหมือนกัน ก็จะเป็นเรื่องแอสปาร์แตม, น้ำอัดลม และอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายที่มีผลทำให้อาการตาโปนแย่ลงจริงๆ

เดี๋ยวจะแยกเรื่องอาหารและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับชาวตาโปน Graves Disease โดยเฉพาะเป็นอีก post หนึ่งด้วยดีกว่า น่าจะอ่านเจอกันง่ายกว่ามารวมกันเป็นเรื่องยาวในโพสต์เดียวเน๊อะ

ตามไปอ่านกันนะคะ
ป้า (อดีต) ไฮเปอร์ ^_^

-: begin edit :- แจ้งการเปลี่ยนแปลง website ใน reference ค่ะ ปัจจุบันนี้ mediboard.com เค้าแปลงโฉมใหม่และเปลี่ยนเป็น livingwithgravesdisease.com แทนแล้ว ถ้าคลิกที่ link ด้านบน เค้าก็จะวิ่งไปที่ site ใหม่ให้โดยอัตโนมัตินะคะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องง้ออ่ะ กดไปเองเลยคุณหลาน ฮ่าๆ www.livingwithgravesdisease.com นะจ๊ะ ..ไปล่ะ ..มาบอกแค่นี้แหละ เผื่อเกิดมีการหา reference ไม่เจอ ป้ากลัวโดนหาว่ามั่วนิ่มอ่ะดิ -: end edit :-