Showing posts with label ดูแลเจ้าตาโปน Taking care of your graves eye(s). Show all posts
Showing posts with label ดูแลเจ้าตาโปน Taking care of your graves eye(s). Show all posts

Thursday, April 7, 2011

15. บทพิสูจน์ความเครียดกับ TSH [TSH & proof of stress]

อบอุ่นเป็นยิ่งนัก มีหลานๆ ทักทายเข้ามา ทั้งโพสต์ที่นี่และ e-mail ส่วนตัว ขอบคุณมากค่ะ และป้าชื่นใจเป็นที่สุดที่ข้อมูลใน blog นี้ได้ทำประโยชน์แก่หลานๆ หลายๆ คนสมความตั้งใจ และที่อิ่มใจมากสุดคือได้ช่วยให้หลายคนรอดพ้นจากการกลืนแร่โดยไม่จำเป็นแล้วค่ะ


ช่วงนี้ว่างบ้างไม่ว่างบ้าง ผสมผสานความขี้เกียจ เลยไม่ได้โพสต์รายงานการพบคุณหมอรอบล่าสุดเสียทีค่ะ วันนี้ฤกษ์ดี ตัวขี้เกียจลาหยุด (มันแอบแถมจากเมื่อวานหยุดวันจักรี) เลยได้โพสต์ผลเลือดล่าสุดในหน้า Labs แล้วจ้า


ป้าตะหงิดๆ เองมาหลายวัน ว่าคุณต่อมฯ แกคงเริ่มขยันเกินเหตุอีกแล้ว เพราะหลังๆ มานี้ นอกจากรู้สึกใจเต้นแรง เหนื่อย แล้วแถมยังไม่ค่อยอยากจะหลับ ..หลับแสนยากจนฝาละมีที่รักบ่นแกมละเมอจนชินหูว่า “เมื่อไหร่จะนอนซะที?” พอดีมีเหตุเรื่องคุณป้าเสียกระทันหันเมื่อ 17 มี.ค. ก็เลยส่งความเครียดมากระตุ้นน้องต่อมฯ กันไปใหญ่ ... มาเห็นๆ เลยนะ (เฮ่ย ไม่ใช่คุณป้า ..ผลเลือดน่ะหลาน) คือ ออกมาเห็นๆ เลยว่าเจ้า TSH ตกพรวดเลย (จาก 1.14 ลงไปที่ 0.48) แต่ยังดีที่ FT4 ขึ้นแค่นิดนึง .02 ค่ะ เลยยังไม่ต้องหวั่นเรื่องเป็นพิษ


บางหลานอาจสงสัย ไหงป้าพอดีมีผลเลือดเทียบได้โป๊ะเช๊ะงี้ ..เรื่องของเรื่อง... ป้ามีตรวจสุขภาพ follow-up 6 เดือนเมื่อต้นกุมภาฯ เลยถือโอกาสขอแอบดูผลไทรอยด์ไปพร้อมกับ cholesterol ฯลฯ ด้วยเลย ไหนๆ ก็โดนเจาะแล้วชิมิ .. แล้วก็มีนัดหมอไทรอยด์อยู่สิ้นเดือนมีนาฯ ต่ออยู่แต่ต้นแล้ว สรุป ..ป้าก็เลยได้มีค่า TSH + FT4 ทั้งช่วงก่อนและหลังคุณป้าของป้าเสียโดยมิได้นัดหมาย ... เลยได้เห็นการตกของ TSH ที่แสดงว่ามันทำงานหนักจากเหตุนั้นนั่นเองค่ะ


ก็เลยได้มาเล่าสู่กันอ่าน ให้เป็นประโยชน์แก่หลานๆ กันอีกเรื่องว่า ความเครียดส่งผลอย่างแท้จริงนะจ๊ะ!!


ความดีใดจะได้จากโพสต์นี้ ป้าขออุทิศให้กับคุณป้าพิกุลของป้าดีกว่า โถ จะลาจากก็ยังอุตส่าห์เอื้อเฟื้อให้หลานได้ข้อมูลมาลง blog... สาธุ -_-


แล้วคุยกันใหม่ค่ะ
ป้าเองแหละ ^_^

Tuesday, March 1, 2011

ท่าบริหารตาช่วยบรรเทาภาพซ้อน Eye exercises to ease double vision.

o ก่อนเข้าเรื่อง... ป้าต้องขอบคุณคุณยุ้ย ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ป้าไปหาข้อมูลนี้มาแปล ขอคุณพระฯ คุ้มครองให้คุณยุ้ยและทุกท่านที่เป็นโรคเกรฟส์ตาโปนหายเป็นปกติในเร็ววันนะคะ o

ที่มา :-  http://www.livingwithgravesdisease.com/forums/topic/148-eye-issues/

คุณโจดี้เจ้าของข้อมูลนี้บอกว่า เพียง 8 วันหลังเริ่มทำ การเห็นภาพซ้อนก็เริ่มบรรเทาอย่างเห็นได้ชัดค่ะ และตอนที่เริ่มบริหารตาใหม่ๆ เธอทำวันละ 5-7 ครั้ง ต่อมาเมื่ออาการภาพซ้อนดีขึ้น เธอทำลดลงเหลือวันละ 4-5 ครั้ง .. อ้ะ..เริ่มกันเลยละกัน

- มองตรงไปข้างหน้า หาจุดโฟกัสไว้ตำแหน่งหนึ่ง แล้วจ้องไปที่จุดนั้น นิ่งไว้ 5 วินาที กระพริบตา ทำซ้ำให้ได้รวม 5 ครั้ง

- จากนั้น เปลี่ยนตำแหน่งจุดโฟกัสไปทางด้านซ้าย แล้วย้ายไปด้านขวา ต่อด้วยด้านล่าง (มองหรุบลง) และจบที่ด้านบน (มองเหลือกขึ้น) ทำเหมือนเดิมคือจ้อง 5 วินาทีให้ได้ 5 ครั้งกับทุกจุด

[คุณโจดี้บอกไว้ด้วยว่า ในช่วงแรกอาจรู้สึกปวดตาบ้าง แต่นั่นเป็นสิ่งดีค่ะเพราะแปลว่ากล้ามเนื้อตาได้ยึดเส้นยึดสาย ซึ่งเป็นสิ่งอันควรในการจะช่วยให้ลูกตาและกล้ามเนื้อได้ช่วยกันทำงานอีกครั้ง]

- เกลือกตาเป็นวงกลมให้ครบรอบอย่างช้าๆ ย้ำว่า ช้าๆ นะคะ เริ่มวนจากด้านหนึ่งก่อน (คือซ้ายวนขวา หรือขวาวนซ้ายก่อนก็ได้ตามถนัด) พักตา 2-3 วินาทีแล้วค่อยวนอีกด้านต่อ ทำให้ได้วันละ 2-3 ครั้ง [คุณโจดี้บอกว่าแรกๆ อาจทำได้ยากเพราะกล้ามเนื้อตายังแข็งอยู่ ให้พยายามค่อยๆ ทำค่ะ ไม่ต้องฝืน ต่อไปก็จะง่ายขึ้น]

- ถือปากกาไว้มือหนึ่ง ยื่นออกไปข้างหน้าในระดับสายตาให้สุดแขน แล้วค่อยๆดึงกลับเข้ามาหาปลายจมูกอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกันก็ให้พยายามจ้องที่ปากกาไว้ แบบให้รู้สึกว่าตาเหล่น่ะค่ะ พอเริ่มรู้สึกเหล่ปุ๊บก็เริ่มอีกจากจุดแรกที่ยื่นไปสุดแขนใหม่ ให้ทำจนครบ 5 ครั้งและทำวันละ 2-3 ครั้งนะคะ [คุณโจดี้บอกว่าเธอเลือกปากกาตัวแท่งสีขาวหัวสีแดงเพราะโฟกัสง่ายดีค่ะ]

คุณโจดี้อธิบายไว้ว่า ที่เราเห็นภาพซ้อนนั้นเป็นเพราะดวงตาทำงานไม่ประสานกัน เมื่อกล้ามเนื้อตาข้างหนึ่งอาจหดขึ้นไปด้วยอาการของโรคเกรฟส์และตัว TSI antibodies โจมตีกล้ามเนื้อตาของเราเหมือนที่มันเล่นงานต่อมไทรอยด์และกล้ามเนื้อร่างกายตอนที่อาการไฮเปอร์ฯ กำเริบนั่นเองค่ะ

ลองทำกันดูนะคะ สู้ๆ
:-)

ป.ล. คนเห็นภาพซ้อนเค้าเล่าว่าถ้ามองข้างเดียวหรือเอียงคอมอง (ท่าเก๋น่าดู) ก็จะเห็นได้ดีขึ้น ซ้อนน้อยลง (ใช่ป่าว? ป้าก็ไม่รู้แฮะเผอิญน้องโปนของป้าเค้าไม่ได้พาเพื่อนคือน้องซ้อนมาด้วยน่ะ) .. ก็เลยแอบมีแถมเคล็ดไม่ลับมาให้อีกหน่อยนะคะ ..

ที่มา :- http://www.oprah.com/community/message/1295633

1. ทำตัวเป็นโจรสลัด .. ปิดตาข้างเดียว

2. ตัดเลนส์แบบ prism ใส่เป็นแว่นตา


3. พ่นสีบนกระจกของแว่นกันแดดด้านในให้เป็นสีดำไปเลยข้างหนึ่ง (แอบคอมเม้นท์..ป้าว่าทำไมไม่ตัดแว่นเป็นเลนส์คนละสีไปเลย ให้ข้างหนึ่งดำสนิทอ่ะ ง่ายกว่ามั้ง? เอ..หรือมันอาจดำไม่พอเลยต้องพ่นเอาก็ไม่รู้ดิ ใครที่เห็นภาพซ้อนลองทำแล้วเล่าสู่กันอ่านมั่งเน้อ)


4. ไม่ควรสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่

หมายเหตุสำคัญ - สำหรับหลานๆ ที่ขับรถเอง ถ้าปฏิบัติการปิดตาแบบไหนก็แล้วแต่ อย่าเพิ่งกลับไปขับรถทันทีนะคะ ควรทิ้งระยะให้ตาชินและปรับสภาพในการมองข้างเดียวอย่างน้อย 3 เดือนก่อนค่ะ กฎนี้จากของประเทศแคนาดา เชื่อถือได้แน่ค่ะ

Tuesday, April 27, 2010

8. ลูกตากับฟ้าแลบ Flashes

อาการหนึ่งที่มากับ Hyperthyroid พร้อม Graves' Disease คือการเห็นแสงวาบผ่านตาค่ะ

ครั้งแรกที่เห็น จำได้เลยว่าเป็นตอนก่อนนอน แล้วก็อุตรินึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนเคยต้องไปผ่าตัดตาฉุกเฉินเพราะเส้นประสาทตาฉีกขาด ทำให้เห็น "ฟ้าแลบ" แปล๊บขึ้นทางหางตา และตาเกือบบอด คืนนั้นกลัวมาก คิดไปสารพัด เช่น กลัวหลับแล้วตื่นมามองไม่เห็น ฯลฯ แต่พอหลังจากนั้น มันวาบมั่งไม่วาบมั่ง เลยชักชิน บวกด้วยความแหมะแฉะของตัวเอง ก็ไม่ได้ไปหาหมอตาจนแล้วจนรอด กระทั่งมาเริ่มโปนนั่นแหละค่ะ 

กลับไปดูในบันทึก ปรากฏว่า เห็นแสงวาบนำมาก่อนแล้วพักหนึ่ง ก่อนที่จะเกิดอาการ "โลกหมุน" ด้วยซ้ำค่ะ มารู้ทีหลังเมื่อตอนตาโปนแล้วและได้อ่านหนังสือของ Elaine ว่า มันเป็นหนึ่งในอาการ "เตือน" ของตาโปนด้วยแหละ

ช่วงเดือนมี.ค. ปี 2008 หมอตาของป้าแนะนำให้ไปพบคุณหมอตาอีกท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญทางประสาทตาโดยเฉพาะ จะได้ตรวจประสาทตา (optic nerves) และแก้วตา (cornea) ตามประสาคนมีอาการตาโปน อันนี้ตรงกับที่ Elaine เขียนบอกไว้เลยค่ะ ผลตรวจออกมา ...

Friday, April 2, 2010

ความเครียดของป้า กับวันตาโปน .. sTResS! streSS!

[ที่มา - http://www.ngdf.org/, หนังสือ Thyroid Eye Disease:  Understanding Graves' Ophthalmopathy โดย Elaine Moore]  

ศัตรูอันดับหนึ่งของอาการตาโปน คือ ความเครียด เครียด เครียด คร๊าบผ๊มมมม

เวลาเราเครียดเนี่ย มันจะไปสะกิดสะเกาภูมิคุ้มกันของเรา ทำให้เค้าตาลีตาเหลือกผลิตเจ้า "auto-antibodies" ออกมายกใหญ่ แล้วก็เจ้าตัวนี้ล่ะค่ะที่ไปโจมตีราวีกับเนื้อเยื่อหลังลูกกะตาของหมู่เฮา

เวลาดูจากบันทึก เทียบกับรูปตาที่ถ่ายเก็บไว้ทีไร ป้าเห็นเลยว่าช่วงเครียดตาจะเถิกเบิกขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แม้ทุกวันนี้ที่หายโปนไปเยอะแล้ว ช่วงไหนเจอเครียดๆ มันก็ยังจะเถิกๆ ให้เห็นทันใจเลยจริงๆ นะป่าวอุปาทาน

ความเครียดอันนึงที่ป้าต้องเผชิญคือ การขับรถค่ะ วันไหนขับเยอะ ขับนาน หรือแม้แต่ขับสั้นๆ แต่เผอิญเจอพวก "มนุษย์เสียบ" นิ้วง่อยกระดิกไฟสัญญาณไม่เป็นเนี่ยนะ ไม่เย็นวันนั้นหรือไม่ก็วันรุ่งขึ้น ...เถิก... มันจะแบบเผยอๆ เห็นๆ เลย... ยิ่งดูจากรูปถ่ายก็จะเห็นว่าตาขาวด้านเปลือกตาบน มันจะเสนอหน้าออกมามากกว่าเดิมเลยอ่ะ

...ก็เลยพยาย๊ามมมมมม พยายามให้ตัวเองไม่เครียดทุกวันๆๆๆๆ แต่ชีวิตจริง...ก็ยากจะหนีพ้นมากเลย แต่ที่ช่วยได้ สำหรับป้านะ ก็เล่นกับลูกชายนายชิทสุตัวยุ่งบ้าง แกล้งหลานบ้าง ฟังเพลง สวดมนต์อาไรเงี้ย แล้วก็ (พยายาม) ออกกำลังมั่งตามแต่ความขยันจะอำนวย ...นั่นเองงงงงง

อย่าเครียดนะจ๊า จาได้หายเร็วๆ

แถมอีกนิด.. ชาวตาโปนยามนอนก็อย่าลืมหยอดตาแล้วใช้ที่ปิดตาด้วยนะคะ ตาเราปิดไม่สนิท จะได้ช่วยให้ตาไม่แห้งนะจ๊ะ
^_^

Tuesday, March 23, 2010

อีกสารพันพิษทำร้ายตาโปน More toxic things 4 GD

๐  สารพัดควันๆๆ และ ควัน toxic fumes
=========================
ควันบุหรี่ ..ควันท่อไอเสียจากรถ ..ควันจากเครื่องเรือ
สูด..ดดดดด เข้าไป
ตาโปน ถลนนนนนนน ๆๆๆ ..หนักกว่าเดิม

ตัวป้าเอง ไปฮ่องกงกับมาเก๊าทีไร ตาโปนแย่ลงทุกครั้ง
นอกจากพี่แกจะเดินขากถุยไปทั่วแล้ว ยังเดินพ่นบุหรี่แทบทุกอณูถนนอีก ..แบร่..
สารพัดควันพิษ ผสมกับ ผงชูรส .. กระหน่ำ
แม้เมื่อครั้งล่าสุดที่ไปตอนตาหายโปนแล้ว .. แค่วันที่สองก็ซึ้งเลย .. เ ห ลื อ ก ขึ้นมาใหม่เห็นๆ !
ไว้คลิกไปดูรูปเทียบได้

ที่ Venetian Macau นี่ยิ่งสาหัส เพราะจาก lobby จะไป suites ห้องพักต้องผ่านคาสิโน
โอ้ว พระเจ้าจอร์จ..บุหรี่ล้วนๆ แหวะ
ถึงจะเดินหลบไปใช้ทางของ family ที่ให้เดินทะลุ shopping zone ก็หนีไม่พ้นเพราะต้องไปเฉียดผ่าน Great Hall อยู่ดี
มันเหม็นตลบอบอวลโชยมาหาอย่างไม่ได้รับเชิญแบบเต็มๆ :-(

๐  ยาชา Novocaine/Novocain
=====================
[www.suite101.com/articles.cfm/graves_disease/1-20, และ http://www.mediboard.com/forums/index.phps=2b9c671f2fae81cb7995a4f49e3100f2&showtopic=15111 
และ http://thyroid.about.com/cs/hyperthyrdgraves/a/10things.htm]

-: begin edit :- แจ้งการเปลี่ยนแปลง website ใน reference ค่ะ ปัจจุบันนี้ mediboard.com เค้าแปลงโฉมใหม่และเปลี่ยนเป็น livingwithgravesdisease.com แทนแล้ว ถ้าคลิกที่ link ด้านบน เค้าก็จะวิ่งไปที่ site ใหม่ให้โดยอัตโนมัตินะคะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องง้ออ่ะ กดไปเองเลยคุณหลาน ฮ่าๆ www.livingwithgravesdisease.com นะจ๊ะ ..ไปล่ะ ..มาบอกแค่นี้แหละ เผื่อเกิดมีการหา reference ไม่เจอ ป้ากลัวโดนหาว่ามั่วนิ่มอ่ะดิ -: end edit :-

มีสมาชิก mediboard ท่านหนึ่งบ่นให้อ่านถึงความรันทดที่ Graves Disease ของเธอต้องแย่ลง เพราะหมอของเธอไม่เคยได้บอกกล่าวเล่าเตือนเธอก่อนในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับตาโปน หนึ่งในนั้นคือ การที่เธอควรได้มีโอกาสบอกหมอฟันว่าเธอเป็น Graves Disease ก่อนทำฟัน เพราะยาชา novocain ได้ทำให้อาการของไทรอยด์และตาของเธอแย่ลง และสุดท้ายมันทำให้หัวใจเธอเต้นเร็วผิดปกติเกิน 100 ครั้งต่อนาทีด้วย

ส่วนคุณอีเลน มัวร์ Elaine Moore ก็มีบทความช่วยยืนยันในเรื่องนี้ด้วยว่า ผู้ที่ตาโปน "ต้อง" หลีกเลี่ยงการรับยาชายี่ห้อ novocain, ยาแก้หวัด แก้แพ้ ประเภทแอนตี้ฮิสตามีน antihistamines, และยา ephedrine แก้แพ้ แก้โรคหอบหืดด้วยค่ะ ส่วนในการทำฟันที่ต้องมีการฉีดยาชา เธอแนะนำว่า ยาชายี่ห้อ carbocaine ใช้ได้กับคนไข้ Hyper + Graves Disease เพราะไม่มีส่วนผสมของเอ็พพิเนฟริน (epinephrine)

๐  กลืนรังสี RAI
==========
(เรื่องยาว..ววววว ป้าเลยทำฉบับแยกไว้ให้เฉพาะกิจ คลิกอ่านได้ที่ Disease Info. section หัวข้อ 'เรียนรู้' ค่ะ)

ไว้ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเรื่องของเป็นพิษอีก ป้าจะมาบอกนะคะ
^_^

Tuesday, March 16, 2010

ปิดตานอน-หยอดตา Sleep Tip

สำหรับตาโปน อันนี้มีประโยชน์เหลือล้ำ นอกจากช่วยไม่ให้ตาแห้งแล้ว ยังลดอาการระคายเคืองตาจากตาแห้งด้วยค่ะ แนะนำให้ทำกันนะคะ เพราะถ้าปล่อยให้ตาแห้งตาแสบบ่อย/มากไป เวลากระพริบตาเสียดสีลูกกะตา หนักเข้าก็อักเสบไปถึงแก้วตาได้เลยด้วย

เวลานอน ตาที่โปนจะปิดไม่สนิท ใหม่ๆ สมัยยังไม่เจอคำแนะนำนี้จาก mediboard ป้าก็นอนตาแห้งไปงั้น ตื่นมาแสบน่าดูเลยขอบอก

สำหรับที่ปิดตา ก็ใช้หน้ากากปิดตาแบบที่แจกบนเครื่องบินแหละค่ะ แรกๆ ไม่ชินก็รำคาญนะ แต่เดี๋ยวนี้ถึงหายโปนแล้วก็ยังติดอ่ะ จะนอนก็ยังต้องปิดตาเหมือนเมื่อก่อนเลย

แล้วก็เรื่องยาหยอดตา "หล่อลื่น" หยอดก่อนนอนและหลังตื่นนอน แล้วก็ช่วงไหนที่รู้สึกตาแห้งจะแย่ก็หยอดได้ค่ะ เค้าแนะนำให้ใช้แบบเป็นเจล ช่วงเป็นใหม่ๆ ก็หา Genteal gel drops กับ Refresh สองยี่ห้อแนะนำในบ้านเราไม่ได้ เลยต้องให้น้องสาวเอากลับมาให้จากแคนาดาไปพลางๆ ค่ะ ตอนหลังเจอที่สิงค์โปร์ก็ใกล้เข้ามาหน่อย แล้วต่อมาคุณหมอตาของคุณแม่บอกว่าวิชัยยุทธมี และที่ร้านขายยาที่อยู่ในซูเปอร์ฯ ของ Paragon ก็มีค่ะ

Good night ... sleep tight ... นอนหลับฝันดีไม่มีตาแห้งทุกคนเน้อ :-)

อาหารกับสิ่งบรรเทาตาโปน Good stuff for GD

ที่มา - www.suite101.com/article.cfm/graves_disease/51468/2, www.suite101.com/article.cfm/graves_disease/1-20, www.mediboard.com/forums/index.php?showtopic=8018 

-: begin edit :- แจ้งการเปลี่ยนแปลง website ใน reference ค่ะ ปัจจุบันนี้ mediboard.com เค้าแปลงโฉมใหม่และเปลี่ยนเป็น livingwithgravesdisease.com แทนแล้ว ถ้าคลิกที่ link ด้านบน เค้าก็จะวิ่งไปที่ site ใหม่ให้โดยอัตโนมัตินะคะ ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องง้ออ่ะ กดไปเองเลยคุณหลาน ฮ่าๆ www.livingwithgravesdisease.com นะจ๊ะ ..ไปล่ะ ..มาบอกแค่นี้แหละ เผื่อเกิดมีการหา reference ไม่เจอ ป้ากลัวโดนหาว่ามั่วนิ่มอ่ะดิ -: end edit :-

เพราะอาการตาโปน เป็นเรื่องของภูมิคุ้มกันไทรอยด์บกพร่อง (ATD - Autoimmune Thyroid Disease) การช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) เกิดความสมดุลย์จึงเป็นหนทางหนึ่งในการบรรเทารักษาที่ดีค่ะ

การนั่งสมาธิ/สวดมนต์ การเล่นโยคะ เล่นไทชิ ช่วยให้จิตใจสงบและเสริมส่งให้จิตและกายสอดผสานเป็นหนึ่งเดียว เป็นการลดความตึงเครียดทั้งมวลทั้งกายและใจ ซึ่งส่งผลดีกับระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ป้าเอาตาที่หายโปนนี้รับประกันให้เลย นี่ขนาดไม่ได้นั่งสมาธินะ แค่สวดมนต์ก็ช่วยให้หุบไปได้มหาศาล

แล้วก็มีองค์ประกอบของพืชบางชนิดที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราสมดุลย์และแข็งแรงได้ด้วย เรียกว่า "Immunomodulators" ในบทความนี้ยกตัวอย่างถึง German chamomile และ Sterolin (plant sterols) ป้าก็ไม่รู้ภาษาไทยเรียกอะไรอ่ะ

ประเภทผักที่ช่วยให้ไทรอยด์ทำงานหนักน้อยลง (..ย้ำ..อันนี้สำหรับคนตาโปนที่เป็นคู่กับ Hyper เท่านั้นนะคะ) คือ ...